จดทะเบียนสมรสแล้วไม่ได้แปลว่าต้องรับผิดหนี้ทุกก้อนของอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แยกหนี้เป็นสองกอง คือหนี้ที่ฝ่ายหนึ่งรับผิดเป็นส่วนตัว กับหนี้ที่คู่สมรสเป็นลูกหนี้ร่วมกัน เรื่อง หนี้ร่วมคู่สมรสเกย์ จึงมีขอบเขตตามที่ตัวบทเขียนไว้

หนี้ร่วมคู่สมรสเกย์ ตามกฎหมายมีอะไรบ้าง

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 24 กันยายน 2567 ยกเลิกถ้อยคำเดิม แล้วใช้ข้อความใหม่ที่ใช้คำว่า "คู่สมรส" แทน "สามีภริยา" ถ้อยคำปัจจุบันว่า "หนี้ที่คู่สมรสเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั้นให้รวมถึงหนี้ที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรส ดังต่อไปนี้"

  1. "หนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ"
  2. "หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส"
  3. "หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งคู่สมรสทำด้วยกัน"
  4. "หนี้ที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน"

มีคำกำกับสามคำที่ต้องอ่านให้ครบ ผู้เขียนอ่าน "ให้รวมถึง" ว่าเป็นการเพิ่มเข้าไป ไม่ใช่การปิดรายการว่ามีเพียงสี่ข้อนี้ เพราะตัวบทไม่ได้ใช้คำว่า "ได้แก่" และยังมีหนี้ร่วมนอกมาตรานี้อยู่จริงตามที่ยกไว้ข้างล่าง "ในระหว่างสมรส" จำกัดช่วงเวลา และ "ตามสมควรแก่อัตภาพ" เป็นเงื่อนไขของข้อแรกโดยเฉพาะ ไม่ได้กำกับสามข้อที่เหลือ

หนี้ร่วมนอกมาตรานี้ก็มี เช่น ตัวบทที่ให้คู่สมรสฟ้อง ต่อสู้ หรือดำเนินคดีเกี่ยวกับการสงวนบำรุงรักษาสินสมรส หรือเพื่อประโยชน์แก่สินสมรสได้ แล้วเขียนว่า "หนี้อันเกิดแต่การฟ้อง ต่อสู้ หรือดำเนินคดีดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นหนี้ที่คู่สมรสเป็นลูกหนี้ร่วมกัน"

หนี้ที่รับผิดเป็นส่วนตัว ตัวบทให้ชำระจากทรัพย์อะไรก่อน

ตัวบทที่แก้ไขใหม่เขียนว่า "ถ้าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องรับผิดเป็นส่วนตัวเพื่อชำระหนี้ที่ก่อไว้ก่อนหรือระหว่างสมรส ให้ชำระหนี้นั้นด้วยสินส่วนตัวของฝ่ายนั้นก่อน เมื่อไม่พอจึงให้ชำระด้วยสินสมรสที่เป็นส่วนของฝ่ายนั้น"

อ่านตามตัวอักษรจะเห็นสองอย่าง มาตรานี้ครอบคลุมหนี้ที่ก่อไว้ "ก่อนหรือระหว่างสมรส" ไม่ใช่เฉพาะหนี้ก่อนจดทะเบียน และปลายทางสุดท้ายคือสินสมรส "ที่เป็นส่วนของฝ่ายนั้น" ตัวบทไม่ได้เขียนว่าให้ไปถึงสินส่วนตัวของอีกฝ่าย

ส่วนหนี้ร่วม ตัวบทถัดมาเขียนว่า "ถ้าคู่สมรสเป็นลูกหนี้ร่วมกัน ให้ชำระหนี้นั้นจากสินสมรสและสินส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย" ความต่างอยู่ตรงนี้ ตัวบทแรกให้ชำระหนี้ส่วนตัวจากสินส่วนตัวของฝ่ายที่ต้องรับผิดก่อน เมื่อไม่พอจึงให้ชำระจากสินสมรสเฉพาะส่วนของฝ่ายนั้น ส่วนตัวบทหลังให้ชำระหนี้ร่วมจากสินส่วนตัวของทั้งสองฝ่ายด้วย ทั้งสองตัวบทเขียนถึงการชำระหนี้ ไม่ได้เขียนถึงขั้นตอนบังคับคดีของเจ้าหนี้

เส้นแบ่งจึงอยู่ที่ว่าทรัพย์ชิ้นไหนเป็นสินส่วนตัว ชิ้นไหนเป็นสินสมรส ตัวบทให้คำนิยามของทั้งสองอย่างไว้ และเขียนกำกับท้ายไว้ว่า "ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส" รายละเอียดอยู่ใน คู่มือขายหรือจำนองสินสมรสของคู่สมรสเกย์

Quicky

เทียบให้เห็นภาพ รับผิดคนเดียว กับรับผิดร่วมกัน ต่างกันตรงไหน

ผู้เขียนเรียบเรียงตารางนี้เองจากมาตราเรื่องหนี้ที่ยกมาข้างต้น ไม่ใช่ตารางในตัวบท
ประเด็น หนี้ที่รับผิดเป็นส่วนตัว หนี้ที่เป็นลูกหนี้ร่วมกัน
ที่มาในตัวบท มาตราว่าด้วยหนี้ที่รับผิดเป็นส่วนตัว มาตราว่าด้วยหนี้ที่คู่สมรสเป็นลูกหนี้ร่วมกัน
ทรัพย์ที่ใช้ชำระ สินส่วนตัวของฝ่ายนั้นก่อน แล้วจึงถึงสินสมรสเฉพาะส่วนของฝ่ายนั้น สินสมรส และสินส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย
ช่วงเวลาที่ตัวบทระบุ หนี้ที่ก่อไว้ก่อนหรือระหว่างสมรส หนี้ที่ก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรส

สัตยาบันคืออะไร และทำไมเป็นจุดที่พลาดกันบ่อย

ข้อสุดท้ายของรายการข้างต้น ดึงหนี้ที่ "ก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว" เข้ามาเป็นหนี้ร่วมได้ ถ้าอีกฝ่าย "ได้ให้สัตยาบัน" จุดที่ต้องระวังคือ มาตรานี้ไม่ได้เขียนว่าสัตยาบันต้องทำเป็นหนังสือหรือต้องทำต่อหน้าใคร และไม่ได้ให้คำนิยามไว้ บทความนี้จึงไม่เติมเงื่อนไขให้

ภาพคู่สมรสชายปรึกษากันเรื่องหนี้และเอกสารศาล สื่อถึงการร้องขอให้ศาลจัดการหรือแยกสินสมรสตามเงื่อนไขของกฎหมาย

Love2Test

ถ้าอีกฝ่ายก่อหนี้จนน่าห่วง ร้องขอต่อศาลได้อย่างไร

ตัวบทที่แก้ไขใหม่ ขึ้นต้นว่า "ถ้าคู่สมรสฝ่ายซึ่งมีอำนาจจัดการสินสมรส" แล้วตามด้วยเหตุห้าข้อ

  1. "จัดการสินสมรสเป็นที่เสียหายถึงขนาด"
  2. "ไม่อุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่ง"
  3. "มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือทำหนี้เกินกึ่งหนึ่งของสินสมรส"
  4. "ขัดขวางการจัดการสินสมรสของอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร"
  5. "มีพฤติการณ์ปรากฏว่าจะทำความหายนะให้แก่สินสมรส"

เมื่อเข้าเหตุข้อใดข้อหนึ่ง ตัวบทเขียนว่า "อีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้ศาลสั่งอนุญาตให้ตนเป็นผู้จัดการสินสมรสแต่ผู้เดียวหรือสั่งให้แยกสินสมรสได้" คำว่า "อาจ" อยู่ในตัวบทจริง ผลนี้ไม่เกิดเองโดยไม่ยื่นคำร้อง และเหตุทั้งห้าข้อผูกกับฝ่ายที่มีอำนาจจัดการ

กรณีที่ตัวบทให้ผลเองคือการล้มละลาย ซึ่งเขียนไว้ว่า "ถ้าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาให้ล้มละลาย สินสมรสย่อมแยกจากกันโดยอำนาจกฎหมายนับแต่วันที่ศาลพิพากษาให้ล้มละลายนั้น"

จุดที่ตัวบทไม่ได้เขียนถึง และต้องเผื่อใจไว้

มาตราเรื่องหนี้ที่ยกมาใช้คำว่า "คู่สมรส" โดยไม่แยกเพศ แต่พระราชบัญญัติฉบับเดียวกันเขียนข้อจำกัดไว้สองจุด

  • จุดแรกเขียนว่า "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับแก่กรณีที่มีกฎหมายกำหนดเรื่องครอบครัวหรือมรดกไว้เป็นการเฉพาะ"
  • จุดที่สอง วรรคหนึ่ง ให้ถือว่ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีที่อ้างถึงสามี ภริยา หรือสามีภริยา อ้างถึงคู่สมรสตามประมวลกฎหมายที่แก้ไขใหม่ด้วย แต่วรรคสองเขียนว่าวรรคหนึ่ง "มิให้นำมาใช้บังคับ" แก่กรณีที่บทบัญญัติเหล่านั้นกำหนดเรื่องที่เกี่ยวกับสามีภริยา "ไว้แตกต่างกัน"

ถ้าเรื่องของคุณไปพันกับกฎหมายฉบับอื่นที่เขียนไว้ต่างกัน ข้อยกเว้นวรรคสองอาจเกี่ยวข้อง บทความนี้ไม่ได้ไล่ตรวจกฎหมายรายฉบับ ถ้อยคำทั้งหมดตรวจกับตัวบทเมื่อ 28 กันยายน 2569

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อของใช้ในบ้านด้วยบัตรเครดิตของฝ่ายเดียว นับเป็นหนี้ร่วมไหม

ข้อแรกของตัวบทหนี้ร่วมที่แก้ไขใหม่ ระบุว่าหนี้ที่คู่สมรสเป็นลูกหนี้ร่วมกันให้รวมถึง "หนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว" และเรื่องอื่นในข้อเดียวกัน "ตามสมควรแก่อัตภาพ" โดยต้องก่อขึ้นในระหว่างสมรส ตัวบทไม่ได้พูดถึงว่าจ่ายด้วยบัตรเครดิตหรือเงินสด แต่กำกับที่วัตถุประสงค์ของหนี้และคำว่า "ตามสมควรแก่อัตภาพ" จึงต้องดูเป็นรายกรณี

ระหว่างยังเป็นคู่สมรสกัน ฝ่ายหนึ่งยึดทรัพย์ของอีกฝ่ายได้ไหม

ตัวบทเรื่องการยึดทรัพย์ระหว่างคู่สมรสที่แก้ไขใหม่ เขียนว่า "ในระหว่างที่เป็นคู่สมรสกัน ฝ่ายใดจะยึดหรืออายัดทรัพย์สินของอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้" แล้วเขียนข้อยกเว้นไว้สามกรณี คือคดีที่ฟ้องเพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือรักษาสิทธิระหว่างคู่สมรสตามที่ประมวลกฎหมายนี้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ คดีที่ประมวลกฎหมายนี้ให้คู่สมรสฟ้องกันเองได้ และการยึดหรืออายัดสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าฤชาธรรมเนียมที่ยังมิได้ชำระตามคำพิพากษา ข้อห้ามนี้อยู่ระหว่างคู่สมรส ไม่ใช่เรื่องของเจ้าหนี้ภายนอก

หย่าแล้ว หนี้ที่ก่อไว้ระหว่างสมรสจะเป็นอย่างไร

ตัวบทเรื่องการหย่าซึ่งกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้แก้ไข เขียนสั้น ๆ ว่า "เมื่อการสมรสสิ้นสุดลง ให้แบ่งความรับผิดในหนี้ที่จะต้องรับผิดด้วยกันตามส่วนเท่ากัน" ข้อความนี้พูดถึงการแบ่งความรับผิดระหว่างคู่สมรส ไม่ได้เขียนว่าเจ้าหนี้ต้องผูกพันตามส่วนนั้นด้วย ประเด็นอื่นของการหย่าอยู่ใน คู่มือกฎหมายการหย่าของคู่สมรสเกย์

Chat Love2Test

สรุป

หนี้ที่รับผิดเป็นส่วนตัวไล่จากสินส่วนตัวของฝ่ายนั้นก่อน แล้วจึงถึงสินสมรสเฉพาะส่วนของฝ่ายนั้น ส่วนหนี้ที่เป็นลูกหนี้ร่วมกันไปถึงสินสมรสและสินส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย โดยตัวบทระบุกรณีหนี้ร่วมไว้สี่ข้อ พร้อมคำว่า "ให้รวมถึง" ซึ่งผู้เขียนอ่านว่ายังเปิดให้มีกรณีอื่นได้

สิ่งที่บทความนี้ไม่ได้ตอบคือกรณีของคุณโดยเฉพาะ ถ้ามีหนี้ก้อนใหญ่หรือกำลังจะเซ็นค้ำประกัน ควรปรึกษาทนายความพร้อมเอกสารจริง ขั้นต่อไปที่ทำเองได้คือคุยเรื่องเงินกับคู่ให้เป็นระบบ โดยมี คู่มือวางแผนการเงินของคู่รักเกย์บน Quicky ซึ่งเป็นแอปในเครือเดียวกับเว็บนี้ เป็นจุดตั้งต้นได้

แหล่งอ้างอิง