ฟ้องชู้คู่สมรสเกย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับแก้ไขปี 2567 เรียกค่าทดแทนได้สองทาง ทางแรกเรียกจากคู่สมรสอีกฝ่ายและบุคคลที่สามเมื่อศาลพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุนอกใจ ทางที่สองเรียกจากคนที่ล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายในทำนองชู้ หรือคนที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์แบบนั้น ตัวบทใช้คำว่า "คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง" และ "ผู้ซึ่ง" โดยไม่ระบุเพศ
เงื่อนไขมีเช่น ผู้เขียนอ่านว่าใช้กับคู่ที่จดทะเบียนสมรสแล้ว ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจแล้วเรียกไม่ได้ สิทธิระงับเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่รู้หรือควรรู้ความจริง และศาลเป็นผู้วินิจฉัยค่าทดแทน บทความนี้เล่าตามตัวบท ไม่ใช่คำแนะนำทางคดี
ฟ้องชู้คู่สมรสเกย์ ตัวบทฉบับแก้ไขปี 2567 เขียนว่าอย่างไร
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 24 กันยายน 2567 และให้ใช้ถ้อยคำใหม่แทนบทเรื่องเหตุฟ้องหย่ากับบทเรื่องค่าทดแทน
ถ้อยคำเดิมก่อนแก้ไขเขียนสิทธิของสามีกับภริยาไว้คนละแบบ สามีเรียกจาก "ผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาว" ภริยาเรียกจาก "หญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผย" ถ้อยคำใหม่ให้คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเรียกจาก "ผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไปในทำนองชู้" หรือจากผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์แบบนั้น
รายงานข่าวของไทยพีบีเอสเมื่อ 19 มิถุนายน 2567 เล่าว่าศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าถ้อยคำเดิมส่วนนี้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทความนี้ใช้คำว่าฟ้องชู้ตามที่ข่าวชิ้นนั้นใช้
ประมวลกฎหมายเขียนว่าการสมรสจะมีได้เฉพาะเมื่อจดทะเบียนแล้ว และฉบับแก้ไขเขียนว่าการสมรสทำได้เมื่อ "บุคคลสองคนยินยอมเป็นคู่สมรสกัน" ผู้เขียนอ่านว่าบทที่เล่าในบทความนี้ใช้กับคู่ที่จดทะเบียนแล้วทุกเพศ
นอกใจแบบไหนที่ตัวบทเขียนว่าเป็นเหตุฟ้องหย่า
เหตุฟ้องหย่าข้อแรกในฉบับแก้ไขปี 2567 (บทความนี้เรียกทั้งข้อว่าเหตุนอกใจ) เขียนพฤติกรรมของคู่สมรสฝ่ายหนึ่งที่ทำให้อีกฝ่ายฟ้องหย่าได้ไว้ดังนี้ (ผู้เขียนแยกเป็นข้อตามถ้อยคำ)
- อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส
- เป็นชู้หรือมีชู้
- ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ
- กระทำกับผู้อื่น หรือยอมรับการกระทำของผู้อื่น เพื่อสนองความใคร่ของตนหรือผู้อื่นเป็นอาจิณ
คำว่า "เป็นอาจิณ" อยู่ท้ายข้อที่สามและข้อที่สี่ ข้อที่สี่ไม่มีในถ้อยคำเดิม และไม่มีข้อใดระบุเพศของบุคคลที่สาม

ข้อจำกัดในตัวบทมีเช่น ถ้าฝ่ายที่จะฟ้องยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำนั้น จะยกเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้ และสิทธิฟ้องหย่าหมดไปเมื่อฝ่ายที่มีสิทธิฟ้องกระทำการอันแสดงให้เห็นว่าให้อภัยแล้ว ตัวบทไม่ได้ลงรายการว่าการกระทำแบบไหนนับเป็นการให้อภัย ผู้เขียนแนะนำให้ถามผู้ให้คำปรึกษาก่อนสรุปเอง
เรียกค่าทดแทนจากใครได้บ้าง ตัวบทเปิดไว้สองทาง
| เรื่อง | ทางที่หนึ่ง | ทางที่สอง |
|---|---|---|
| ใช้เมื่อ | ศาลพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุนอกใจ | ตัวบทไม่ได้เขียนเงื่อนไขเรื่องการหย่า |
| เรียกจาก | คู่สมรสอีกฝ่าย และผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่า | ผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายไปในทำนองชู้ หรือผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์แบบนั้น |
| ถ้อยคำของตัวบท | "มีสิทธิได้รับค่าทดแทน" | จะเรียกค่าทดแทน "ก็ได้" |
| เรียกไม่ได้เมื่อ | ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้คู่สมรสอีกฝ่ายทำตามเหตุนอกใจ หรือให้ผู้อื่นทำแบบในทางที่สอง | |
ทางที่หนึ่งผูกกับคำพิพากษาของศาล ผู้เขียนอ่านว่าการหย่าโดยความยินยอมที่จดทะเบียนกันเองไม่อยู่ในทางนี้ และแนะนำให้ถามผู้ให้คำปรึกษาทางกฎหมายก่อนจดทะเบียนหย่า ส่วนทางที่สอง ผู้เขียนไม่พบในแหล่งที่เปิดอ่านว่าต้องหย่าก่อนหรือไม่ ให้ถามเรื่องนี้ด้วย
เรื่องเพศของบุคคลที่สาม รายงานข่าวของไทยพีบีเอสอธิบายถ้อยคำเดิมว่า เมื่อสามีฟ้อง ชู้เป็นชายหรือหญิงก็ได้ ถ้อยคำใหม่ใช้คำว่าผู้ซึ่งไม่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้เรียก ผู้เขียนอ่านว่าบุคคลที่สามเพศใดก็อยู่ในถ้อยคำนี้ เช่น คู่สมรสชายกับชายที่อีกฝ่ายไปมีความสัมพันธ์กับชายอีกคน
ค่าทดแทนเท่าไร ใครกำหนด และต้องฟ้องภายในเมื่อไร
ตัวบทไม่ได้กำหนดจำนวนเงิน ประมวลกฎหมายให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์ จะสั่งให้ชำระครั้งเดียวหรือแบ่งเป็นงวดก็ได้ และถ้าผู้ที่ต้องจ่ายเป็นคู่สมรส ให้ศาลคำนึงถึงทรัพย์สินที่คู่สมรสนั้นได้รับไปจากการแบ่งสินสมรสเพราะการหย่าด้วย
เรื่องเวลา ประมวลกฎหมายเขียนว่าสิทธิฟ้องโดยอาศัยเหตุนอกใจ เหตุฟ้องหย่าอื่นบางข้อ และสิทธิเรียกค่าทดแทนตามบทนี้ ระงับไปเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริง เหตุที่ยกฟ้องหย่าไม่ได้แล้ว อาจนำสืบสนับสนุนคดีฟ้องหย่าที่อาศัยเหตุอื่นได้
ผู้เขียนแนะนำว่าอย่านับวันเองแล้วสรุปว่าทันหรือไม่ทัน เพราะตัวบทใช้ทั้งคำว่ารู้และควรรู้
บทที่ฉบับแก้ไขปี 2567 ไม่ได้แก้ เช่น เรื่องเวลา การให้อภัย และค่าทดแทนตามพฤติการณ์ ผู้เขียนอ่านจากฉบับรวบรวมที่รวมการแก้ไขถึงปี 2551
ก่อนยื่นเรื่อง ควรถามใคร และถามอะไรเรื่องความเป็นส่วนตัว
ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มถามที่ไหน อ่านต่อได้ที่ ปรึกษากฎหมายฟรี คู่รักเกย์ขอทนายได้จากที่ไหน ส่วนเรื่องการหย่าของคู่สมรสเพศเดียวกัน อ่านต่อได้ที่ หย่าเกย์ กฎหมาย สรุปให้เข้าใจง่าย

ผู้เขียนเห็นว่าการฟ้องร้องทำให้เรื่องส่วนตัวถูกเล่าในกระบวนการของศาล ซึ่งอาจรวมถึงเพศวิถีของคนที่ยังไม่เปิดตัวกับครอบครัวหรือที่ทำงาน ผู้เขียนแนะนำให้ถามผู้ให้คำปรึกษาตั้งแต่ครั้งแรกว่าเรื่องของตนเข้าทางไหนของตัวบท ต้องใช้หลักฐานแบบใด และข้อมูลส่วนตัวของใครบ้างจะอยู่ในเอกสารที่ยื่นต่อศาล
คำถามที่พบบ่อย
อยู่ด้วยกันโดยไม่จดทะเบียน มีสิทธิเรียกค่าทดแทนแบบนี้หรือเปล่า
ผู้เขียนไม่พบบทที่ให้สิทธินี้แก่คู่ที่ไม่ได้จดทะเบียน ในบทของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เปิดอ่าน บทเรื่องค่าทดแทนฉบับแก้ไขปี 2567 ใช้คำว่าคู่สมรส ผู้เขียนแนะนำให้ถามผู้ให้คำปรึกษาทางกฎหมายว่ามีทางอื่นหรือไม่
ถ้าบุคคลที่สามเป็นผู้ชาย คู่สมรสเกย์เรียกค่าทดแทนได้ไหม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับแก้ไขปี 2567 ใช้คำว่าผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายไปในทำนองชู้ โดยไม่ระบุเพศ ผู้เขียนอ่านว่าบุคคลที่สามเพศใดก็อยู่ในถ้อยคำนี้
ต้องหย่าก่อนไหม จึงจะเรียกค่าทดแทนจากบุคคลที่สามได้
ถ้าจะเรียกจากคู่สมรสด้วย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับแก้ไขปี 2567 ผูกไว้กับคำพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุนอกใจ ส่วนการเรียกจากผู้ที่ล่วงเกินในทำนองชู้ ตัวบทไม่ได้เขียนเงื่อนไขเรื่องการหย่า แต่ผู้เขียนไม่พบในแหล่งที่เปิดอ่านว่าต้องหย่าก่อนหรือไม่ ให้ถามผู้ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย
รู้เรื่องมาเกินหนึ่งปีแล้ว ยังฟ้องได้ไหม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เขียนว่าสิทธิฟ้องโดยอาศัยเหตุนอกใจและสิทธิเรียกค่าทดแทนตามบทนี้ ระงับเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่รู้หรือควรรู้ความจริง แต่เหตุที่ยกฟ้องหย่าไม่ได้แล้วอาจนำสืบสนับสนุนคดีฟ้องหย่าที่อาศัยเหตุอื่นได้ ผู้เขียนแนะนำให้ถามผู้ให้คำปรึกษาโดยเร็ว แทนการนับเอง
นอกจากค่าทดแทน ยังมีค่าเลี้ยงชีพด้วยหรือเปล่า
ค่าเลี้ยงชีพอยู่อีกบทหนึ่งของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ใช้ในคดีหย่าที่เหตุแห่งการหย่ามาจากความผิดของคู่สมรสฝ่ายเดียว และการหย่าจะทำให้อีกฝ่ายยากจนลงเพราะไม่มีรายได้พอจากทรัพย์สินหรือจากการงานที่เคยทำอยู่ระหว่างสมรส ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ และต้องฟ้องหรือฟ้องแย้งไว้ในคดีหย่านั้น
สรุป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับแก้ไขปี 2567 เขียนเรื่องค่าทดแทนจากการนอกใจโดยไม่ระบุเพศ มีสองทาง คือเรียกจากคู่สมรสและบุคคลที่สามเมื่อศาลพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุนั้น และเรียกจากผู้ที่ล่วงเกินในทำนองชู้หรือผู้ที่แสดงตนโดยเปิดเผย เงื่อนไขเช่น ผู้เขียนอ่านว่าใช้กับคู่ที่จดทะเบียนสมรสแล้ว ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจแล้วเรียกไม่ได้ และสิทธิระงับเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่รู้หรือควรรู้ ผู้เขียนแนะนำให้ถามทนายความหรือผู้ให้คำปรึกษาทางกฎหมายก่อนตัดสินใจ
ถ้าอยากอ่านเรื่องสมรสเท่าเทียมต่อ มีหน้าเรื่องสมรสเท่าเทียมในไทยของ Quicky ซึ่งเป็นแอปในเครือเดียวกับเว็บนี้
แหล่งอ้างอิง
- ราชกิจจานุเบกษา — พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 (ประกาศ 24 กันยายน 2567)
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับรวบรวมที่หัวกระดาษพิมพ์ชื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เผยแพร่บนเว็บไซต์วุฒิสภา (รวมการแก้ไขถึงฉบับที่ 19 พ.ศ. 2551)
- ไทยพีบีเอส — รู้จักกฎหมายฟ้องชู้ ไม่ได้ยกเลิก แต่ให้สิทธิสอดคล้องสมรสเท่าเทียม (19 มิถุนายน 2567)


