เกย์รับบุตรบุญธรรม เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะหลังจากที่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายครอบครัวครั้งสำคัญ หลายคู่รักเพศเดียวกันมีความต้องการสร้างครอบครัวและเลี้ยงดูบุตรอย่างจริงจัง คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ คู่รักเกย์รับบุตรบุญธรรมได้หรือไม่ และกฎหมายปัจจุบันเปิดกว้างแค่ไหน บทความนี้รวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันทั้งในแง่กฎหมาย ขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณเห็นภาพครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
เกย์รับบุตรบุญธรรมคืออะไร ตามกฎหมายไทยกำหนดไว้อย่างไร
บุตรบุญธรรม คือ บุตรที่ขอมาเลี้ยงดูเสมือนเป็นบุตรของตน โดยผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมต้องไม่ใช่สายเลือดที่แท้จริงของผู้รับเลี้ยง และต้องผ่านการจดทะเบียนตามกฎหมายเท่านั้น การรับเด็กมาเลี้ยงโดยไม่จดทะเบียนไม่มีผลทางกฎหมายแต่อย่างใด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/27 วางหลักไว้ว่า “การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย” กระบวนการทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เปลี่ยนสิทธิเกย์รับบุตรบุญธรรมอย่างไร
นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดที่คู่รักเพศเดียวกันต้องรู้
แต่เดิม หากบุคคลที่เป็นคู่รักร่วมเพศ (LGBTQ+) ประสงค์จะมีบุตรโดยการรับบุตรบุญธรรม ก็สามารถจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมได้ แต่มีข้อจำกัดคือ บุตรบุญธรรมต้องอยู่ในความปกครองของบุคคลที่จดทะเบียนรับได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
แต่เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงการมี พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ซึ่งไม่เพียงเปิดโอกาสให้คู่รักร่วมเพศจดทะเบียนสมรสกันได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิทธิในการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน เพื่อให้บุตรบุญธรรมอยู่ในความปกครองของบุคคลทั้งสองอย่างเท่าเทียมกัน เหมือนกับคู่รักต่างเพศทั่วไป
กล่าวโดยสรุปคือ เกย์รับบุตรบุญธรรมร่วมกันในฐานะคู่สมรสได้แล้ว นับตั้งแต่ 22 มกราคม 2568 เป็นต้นมา
คุณสมบัติของผู้ขอรับบุตรบุญธรรม สำหรับคู่เกย์และ LGBTQ+

ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และต้องมีอายุมากกว่าบุตรบุญธรรมของตนอย่างน้อย 15 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1598/19
หากมีคู่สมรสอยู่ก่อน คู่สมรสต้องให้ความยินยอมในการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมนั้นด้วย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1598/25 ซึ่งภายหลัง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม กฎเรื่องความยินยอมของ “คู่สมรส” นี้ใช้บังคับกับทุกคู่สมรสเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเพศใด
นอกจากนี้ผู้ขอรับบุตรบุญธรรมต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม เช่น เป็นบุคคลล้มละลาย ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
ขั้นตอนเกย์รับบุตรบุญธรรม ในประเทศไทย
ขั้นตอนในการรับบุตรบุญธรรมของคู่ LGBTQ+ มีดังนี้
- คู่รักต้องตกลงก่อนว่าจะรับบุตรบุญธรรมจากสถานที่ใดหรือใครก่อน จะขอรับจากพ่อแม่ของเด็กเองหรือจากสถานสงเคราะห์
- ยื่นคำขอรับบุตรต่อศาลเยาวชนและครอบครัว
- ศาลจะพิจารณาว่าคู่รักเหมาะสมและมีคุณสมบัติในการรับเลี้ยงเด็กหรือไม่ โดยพิจารณาจากความเอาใจใส่ ประสบการณ์เลี้ยงเด็ก ความมั่นคงทางการเงิน ที่อยู่อาศัย เป็นต้น
- เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าคู่รักมีคุณสมบัติที่ถูกต้อง ก็จะอนุมัติเพื่อให้นำคำสั่งของศาลไปยื่นที่สำนักงานทะเบียนราษฎร์เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลในทะเบียนราษฎร์ของเด็กต่อไป
เมื่อคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมอนุมัติแล้ว ผู้ขอรับต้องดำเนินการจดทะเบียนภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำอนุมัติ โดยควรจดทะเบียน ณ สำนักทะเบียนหรืออำเภอในท้องที่ที่ผู้ขอรับเด็กมีภูมิลำเนาอยู่
ข้อควรพิจารณาก่อนเกย์รับบุตรบุญธรรม
ก่อนรับมาเลี้ยง ต้องพิจารณาว่าเด็กอยู่ในความปกครองของใคร หากเด็กอยู่ในความปกครองของพ่อแม่ที่แท้จริง ต้องขอความยินยอมจากพ่อแม่เด็กก่อน แต่ถ้าเด็กไม่มีพ่อแม่ เช่น มีญาติผู้ใหญ่ดูแล หรือเด็กที่มาจากสถานสงเคราะห์ ก็ต้องขอความยินยอมก่อนเสมอ หากขณะที่ถูกรับมาเลี้ยง เด็กอายุเกิน 15 ปีแล้ว เด็กต้องให้ความยินยอมร่วมด้วยในการเป็นบุตรบุญธรรม
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ได้แก่
- บัตรประจำตัวประชาชน หรือยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD
- หนังสือยินยอมของคู่สมรส และผู้เยาว์ที่อายุเกิน 15 ปี
- กรณีบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์ ต้องได้รับหนังสืออนุมัติจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยหนังสือมีอายุ 6 เดือน
- พยาน 2 คน ซึ่งต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต และไม่เป็นบุคคลที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือจักษุบอดทั้ง 2 ข้าง
- กรณีเป็นเอกสารต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและได้รับอนุมัติจากนิติกรณ์เอกสารตามขั้นตอนของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการรับบุตรบุญธรรม
กรอบเวลาทางการของ พม. ได้แก่ ตรวจคุณสมบัติราว 60 วัน ขั้นตอนอนุมัติทดลองเลี้ยงดูราว 30 วัน เมื่อเอกสารพร้อม การจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร สำหรับค่าใช้จ่าย การขอรับบุตรบุญธรรมในประเทศไทยจะไม่มีค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียน คงมีเพียงค่าคัดสำเนาเอกสาร ฉบับละ 10 บาท และค่าเอกสารในการยื่นคำร้องขอจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงค่าจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์
การรับบุตรบุญธรรมออนไลน์ ทำได้หรือไม่
หากผู้ยื่นคำขอมีชื่อในทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพมหานคร สามารถยื่นออนไลน์ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (e-form) ได้ โดยดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ thaiadoption.dcy.go.th สำหรับผู้มีภูมิลำเนานอกกรุงเทพฯ ยังคงต้องยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตในพื้นที่
สิทธิของบุตรบุญธรรมหลังจดทะเบียนแล้ว
เมื่อจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมแล้ว เด็กมีฐานะเช่นเดียวกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรม และบิดามารดาโดยกำเนิดสิ้นอำนาจปกครอง โดยเด็กได้รับการอุปการะเลี้ยงดู รวมถึงให้ใช้นามสกุลด้วย แต่เด็กไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวเดิม เช่น สิทธิรับมรดก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1598/28 ในด้านมรดก บุตรบุญธรรมจะมีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม และหากพ่อแม่ที่แท้จริงของตนตาย บุตรบุญธรรมก็มีสิทธิรับมรดกของพ่อแม่ที่แท้จริงด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเกย์รับบุตรบุญธรรม
คู่สมรสเพศเดียวกันรับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้ไหม?
ได้ หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล 22 ม.ค. 2568 สิทธิของ “คู่สมรส” ถูกปรับให้เป็นกลางทางเพศ ทำให้กฎเรื่องการรับบุตรบุญธรรมที่อาศัยความยินยอมของ “คู่สมรส” ใช้ได้กับทุกคู่สมรสเหมือนกันทั้งหมด
รับลูกติดของคู่สมรสเป็นบุตรบุญธรรมได้ไหม?
ได้ ข้อยกเว้นระบุชัดว่า เด็กที่เป็นบุตรบุญธรรมของคนหนึ่ง จะเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมได้อีกพร้อมกัน (step-parent adoption)
ยื่นคำขอที่ไหน?
ยื่นงานทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขต หลังผ่านอนุมัติจาก พม. สำหรับยื่นคำขอเบื้องต้น มี e-form ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน ใช้ได้เฉพาะผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านกรุงเทพฯ
บทบาทของสังคมและทัศนคติต่อเกย์รับบุตรบุญธรรมในไทย

แม้กฎหมายจะเปิดกว้างขึ้นอย่างชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติ ทัศนคติของสังคมในบางพื้นที่ยังคงมีความหลากหลาย คู่รักเพศเดียวกันที่วางแผนสร้างครอบครัวควรประเมินสภาพแวดล้อมในชุมชน โรงเรียน และครอบครัวขยายควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เด็กได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและปลอดภัย งานวิจัยจากหลายประเทศชี้ให้เห็นว่าเด็กที่เติบโตในครอบครัวเพศเดียวกันมีพัฒนาการที่ดีไม่แตกต่างจากครอบครัวทั่วไป เมื่อได้รับความรัก ความเอาใจใส่ และความมั่นคงในชีวิตอย่างเพียงพอ
ทางเลือกอื่นในการสร้างครอบครัวสำหรับเกย์และ LGBTQ+
นอกจาก เกย์รับบุตรบุญธรรม ยังมีทางเลือกอื่นที่คู่รักเพศเดียวกันสามารถพิจารณาได้ เช่น การอุปการะเด็ก (Foster Care) การเป็นพ่อแม่ร่วม (Co-parenting) และการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ในต่างประเทศ ซึ่งแต่ละทางเลือกมีข้อกำหนดและข้อจำกัดทางกฎหมายที่แตกต่างกัน ควรปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายครอบครัวก่อนตัดสินใจ
ยังไม่มีคู่? หาแฟนหนุ่มที่ใช่ได้ที่ Quicky
ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางของการ เกย์รับบุตรบุญธรรม สิ่งแรกที่หลายคนต้องการคือการมีคู่ชีวิตที่เข้าใจกันและพร้อมสร้างครอบครัวไปด้วยกัน สำหรับใครที่ยังอยู่คนเดียว Quicky คือแอปพลิเคชันนัดเดทสำหรับเกย์และ LGBTQ+ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณเจอคนที่ใช่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมองหาความสัมพันธ์จริงจังหรือเริ่มต้นจากการทำความรู้จักกันก่อน
เกย์รับบุตรบุญธรรมในประเทศไทยทำได้แล้วทั้งในระดับบุคคลและในฐานะคู่สมรส นับตั้งแต่ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 เป็นต้นมา คู่รักเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสแล้วสามารถยื่นขอรับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้อย่างเท่าเทียมกับคู่รักต่างเพศทุกประการ การเตรียมตัวให้พร้อมทั้งด้านเอกสาร การเงิน และความเข้าใจในขั้นตอนของกฎหมาย จะช่วยให้กระบวนการดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และที่สำคัญที่สุดคือการมอบครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคงให้กับเด็กในระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิง: Legardy.com / ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ / กรมกิจการเด็กและเยาวชน